วิธีปิดอัปเดต iOS อัตโนมัติ ไม่อยากให้เครื่องอัปเดตเองทำยังไง
เคยตื่นเช้ามาแล้วเจอไอคอนแอปย้ายที่ หน้าตั้งค่าไม่เหมือนเดิม แบตไหลเร็วกว่าเมื่อวาน แถมพื้นที่หายไปหลายกิกะแบบงงๆ รู้สึกเหมือนเครื่องไม่ใช่ของตัวเองอีกต่อไป เพราะระบบแอบจัดการทุกอย่างให้เสร็จตอนหลับ การมีสิทธิ์เลือกเองว่าจะอัปเดตเมื่อไหร่เลยสำคัญมาก จะได้เช็กก่อนว่าเวอร์ชันใหม่เสถียรพอหรือยัง แอปที่ใช้ทำงานทุกวันจะรวนไหม เน็ตบ้านแรงพอหรือเปล่า คุมจังหวะเองสบายใจกว่าเยอะ
การปล่อยให้เครื่องอัปเดตเองบางครั้งก็สะดวก แต่ถ้าเป็นเครื่องเก่า หรือใช้แพ็กเกจเน็ตที่มีจำกัด ไฟล์อัปเดต 5 ถึง 7 กิกะก็กินโควต้าไปเกือบหมดเดือนแล้ว แถมถ้าเวอร์ชันใหม่มีบั๊กต้องรอแก้ การรอสองสามสัปดาห์แล้วค่อยกดเองก็ช่วยให้ใช้งานลื่น ไม่ต้องลุ้นทุกครั้งที่หยิบเครื่องขึ้นมา พอคุมเองได้ก็เหมือนได้พื้นที่หายใจ รู้ว่าเครื่องจะเปลี่ยนก็ต่อเมื่อพร้อมจริงๆ

ไม่อยากให้เครื่องอัปเดตเองทำยังไง
ไอโฟนที่ซื้อมาใหม่ๆ จะตั้งค่าให้ดาวน์โหลดอัปเดต iOS เองอัตโนมัติ แล้วพอเสียบชาร์จตอนกลางคืนต่อไวไฟ ก็แอบติดตั้งให้เสร็จโดยไม่ต้องกดอะไรเลย รู้สึกหงุดหงิดทุกครั้งที่ตื่นมาแล้วหน้าตาเมนูเปลี่ยน แอปบางตัวรวน แบตหมดไวกว่าเดิม แถมพื้นที่เครื่องหายไปหลายกิกะแบบไม่รู้ตัว การควบคุมเองเลยสำคัญกว่าให้เครื่องตัดสินใจแทน
วิธีปิดเริ่มจากเข้าไปที่การตั้งค่า เลือกทั่วไป แล้วแตะรายการอัปเดตซอฟต์แวร์ จะเห็นปุ่มอัปเดตอัตโนมัติอยู่ข้างใน พอกดเข้าไปจะเจอสามสวิตช์แยกกันชัดๆ ส่วนตัวมักจะปิดตัวแรกที่เขียนว่าดาวน์โหลดอัปเดต iOS ก่อนเลย เพราะถ้าปิดตัวนี้ เครื่องจะไม่แอบโหลดไฟล์หลายกิกะมาตุนไว้ในเครื่องให้เปลืองพื้นที่ หน้าจอนี้เข้าใจง่าย ไม่ซับซ้อน แค่แตะให้สวิตช์เป็นสีเทาก็พอ
อีกสองสวิตช์ที่เหลือคือติดตั้งอัปเดต iOS กับรายการตอบสนองความปลอดภัยและไฟล์ระบบ ตัวติดตั้งจะทำงานก็ต่อเมื่อเครื่องล็อกอยู่ เสียบสายชาร์จ และต่อไวไฟพร้อมกัน ส่วนรายการความปลอดภัยเป็นแพตช์เล็กๆ ที่แอปเปิลปล่อยมาแก้ช่องโหว่โดยไม่ต้องอัปเดตใหญ่ มุมมองส่วนตัวคือถ้าอยากคุมทุกอย่างแบบร้อยเปอร์เซ็นต์ก็ปิดทั้งหมดไปเลย แต่ถ้ากังวลเรื่องความปลอดภัยก็อาจเปิดแค่ตัวแพตช์เล็กไว้ แล้วปิดตัวติดตั้งใหญ่ เพื่อให้ยังมีเวลาอ่านรีวิวก่อนว่าเวอร์ชันใหม่มีบั๊กอะไรหรือเปล่า
ปัญหาที่เจอบ่อยคือปิดสวิตช์แล้วแต่ไฟล์อัปเดตดันโหลดมาก่อนหน้านั้นแล้ว เครื่องก็ยังเด้งเตือนให้ติดตั้งอยู่ดี วิธีแก้คือลบไฟล์นั้นทิ้งเอง เข้าไปที่การตั้งค่า ทั่วไป พื้นที่จัดเก็บข้อมูลไอโฟน แล้วเลื่อนหาไฟล์ที่ชื่อ iOS หรือ iPadOS จะเห็นขนาดประมาณ 5-7 กิกะ แตะเข้าไปแล้วกดลบอัปเดต ยืนยันอีกครั้ง แค่นี้พื้นที่ก็คืนมา เครื่องก็เลิกกวนใจ การทำแบบนี้ไม่ต้องต่อคอม ไม่เสียเงินเพิ่ม แค่ใช้เวลาไม่ถึงนาที
พอไฟล์หายไปแล้ว การแจ้งเตือนแบบติดตั้งตอนนี้หรือเตือนทีหลังก็จะหายไปด้วย รู้สึกสบายใจขึ้นเยอะเพราะเลือกได้ว่าจะอัปเดตตอนเน็ตบ้านว่างๆ หรือตอนอยู่ร้านกาแฟที่ไวไฟแรงๆ ไม่อยากให้เครื่องตัดสินใจตอนกำลังเดินทางแล้วเน็ตมือถือไหลเป็นน้ำ ค่าแพ็กเกจเดือนละเกือบพันบาทจะได้ไม่โดนกินเพราะไฟล์ระบบแอบโหลด การคุมจังหวะเองทำให้ใช้งานลื่นกว่า ไม่ต้องมานั่งลุ้นว่าแอปธนาคารหรือแอปทำงานจะพังหลังอัปเดต
ถ้าอยากเอาให้ชัวร์แบบขั้นสุด มีอีกวิธีที่เคยลองคือบล็อกโดเมนอัปเดตจากเราท์เตอร์ที่บ้าน เข้าไปที่หน้าตั้งค่าเราท์เตอร์ผ่านเบราว์เซอร์ ปกติจะเป็น 192.168.0.1 แล้วหาหมวดบล็อกโดเมนหรือ parental control ใส่ชื่อ appldnld.apple.com กับ mesu.apple.com เพิ่มเข้าไปสองรายการ บันทึกแล้วรีสตาร์ทเราท์เตอร์ ผลคือไอโฟนจะขึ้นว่าไม่สามารถตรวจสอบอัปเดตได้ วิธีนี้แรงหน่อย เหมาะกับเครื่องเก่าที่ไม่อยากเสี่ยงให้ระบบใหม่ทำให้ช้าลง หรือคนที่ใช้เน็ตแบบจำกัดปริมาณจริงๆ
การปิดอัปเดตอัตโนมัติไม่ใช่การต่อต้านเทคโนโลยี แค่เป็นการขอพื้นที่ตัดสินใจเองมากกว่า ชอบรอให้คนอื่นลองก่อนสองสามสัปดาห์ อ่านฟีดแบ็ก ดูว่ามีปัญหาแบตไหลหรือแอปเด้งไหม แล้วค่อยกดอัปเดตตอนพร้อมจริงๆ เครื่องก็อยู่กับเรานานขึ้น ใช้งานได้ตามจังหวะชีวิต ไม่ต้องตื่นมาเจออะไรเปลี่ยนแบบไม่ทันตั้งตัว ความรู้สึกคุมเครื่องได้เองแบบนี้ทำให้ใช้ไอโฟนสนุกกว่าเดิมเยอะ
สรุป
ไอโฟนตั้งค่ามาให้โหลดและติดตั้ง iOS เองตอนกลางคืนถ้าเสียบชาร์จและต่อไวไฟ ทำให้เครื่องเปลี่ยนเองโดยไม่ได้กดอนุญาต การปิดเองทำได้ในเมนูการตั้งค่าและลบไฟล์อัปเดตที่โหลดมาแล้วทิ้ง จะช่วยคุมพื้นที่เครื่องและเลือกเวลาอัปเดตเองได้ ไม่ต้องกังวลเรื่องเน็ตหมดหรือแอปมีปัญหา
- เข้า การตั้งค่า ทั่วไป อัปเดตซอฟต์แวร์ อัปเดตอัตโนมัติ แล้วปิดสวิตช์ดาวน์โหลดอัปเดต iOS
- ปิดสวิตช์ติดตั้งอัปเดต iOS และเลือกเปิดหรือปิดรายการความปลอดภัยตามที่สบายใจ
- ถ้าเครื่องโหลดไฟล์มาแล้ว ให้ไปที่พื้นที่จัดเก็บข้อมูลไอโฟน หาไฟล์ iOS แล้วกดลบอัปเดต
- ต้องการบล็อกถาวร ทำได้โดยเพิ่มโดเมน appldnld.apple.com และ mesu.apple.com ในเราท์เตอร์
No comments :
Post a Comment