ส่องราคา เปลี่ยนจอโทรศัพท์มือถือ ประมาณเท่าไรกันบ้าง

ทำโทรศัพท์ตก จอแตกเป็นเส้น ทัชไม่ติด อาการยอดฮิตที่เกิดขึ้นได้กับทุกคน พอเจอแบบนี้สิ่งแรกที่ผุดขึ้นมาในหัวคือซ่อมเท่าไหร่ เปลี่ยนจอตอนนี้แพงไหม แล้วซ่อมที่ไหนดีถึงจะคุ้มสุด เพราะแต่ละร้านแต่ละรุ่นราคาต่างกันเยอะมาก โพสต์นี้รวมราคาคร่าวๆ ของการเปลี่ยนจอทั้ง iPhone และ Android มาให้ดูกัน ตั้งแต่เข้าศูนย์ได้จอแท้ไปจนถึงร้านนอกที่งบสบายกระเป๋ากว่า อ่านจบแล้วเลือกทางที่เหมาะกับการใช้งานกับงบได้เลย ไม่ต้องเสียเวลาหาเองหลายที่

จอโทรศัพท์แตกเป็นเรื่องที่เจอกันบ่อยมากและพอเกิดขึ้นก็ต้องมานั่งคิดว่าราคาเปลี่ยนจอตอนนี้อยู่ประมาณเท่าไหร่กันแน่ เพราะแต่ละรุ่นแต่ละยี่ห้อราคาไม่เท่ากันเลย ถ้าเป็นรุ่นเรือธงอย่าง iPhone 16 Pro Max หรือ iPhone 15 Pro Max ที่เข้าศูนย์ Apple โดยตรง ราคาเปลี่ยนจอแท้ยกชุดจะอยู่ที่หมื่นสี่พันเก้าร้อยเก้าสิบบาท ส่วน iPhone 16 Pro หรือ 14 Pro ก็อยู่ที่หมื่นสองพันสี่ร้อยเก้าสิบเก้าบาท ลดหลั่นลงมาเป็น iPhone 16 กับ iPhone 15 ที่หมื่นสองร้อยเก้าสิบเก้าบาท และรุ่นเล็กลงอย่าง iPhone 16e ก็ยังมีแปดพันสองร้อยเก้าสิบบาทให้เห็น การเข้าศูนย์ได้เปรียบตรงที่ได้จอแท้ร้อยเปอร์เซ็นต์ มีการประกอบกลับแบบมาตรฐานโรงงานและยังมีประกันงานซ่อมติดมาด้วย ทำให้สบายใจเวลาใช้งานต่อ แต่งบที่ต้องเตรียมก็ค่อนข้างสูงเมื่อเทียบกับช่องทางอื่น

ส่องราคา เปลี่ยนจอโทรศัพท์มือถือ ประมาณเท่าไรกันบ้าง

พอมาดูฝั่ง Samsung รุ่นท็อปอย่าง Galaxy S25 Ultra, S24 Ultra หรือ S26 Ultra ราคาศูนย์จะอยู่ที่ห้าพันเก้าร้อยบาท ซึ่งเป็นเรทที่นิ่งมาหลายรุ่นแล้ว แต่ถ้าขยับไป Galaxy S23 Ultra กลับแพงกว่าอยู่ที่เจ็ดพันห้าร้อยบาท ส่วน S22 Ultra ก็หกพันเก้าร้อยบาท เหตุผลหลักเพราะต้นทุนหน้าจอแต่ละปีไม่เท่ากันและดีไซน์การประกอบต่างกัน รุ่น Note ก็ยังราคาสูงอยู่เหมือนกัน Note20 Ultra อยู่ที่ห้าพันแปดร้อยบาท Note10+ ไปถึงเจ็ดพันบาทเลยทีเดียว ขณะที่ S25 หรือ S24 รุ่นธรรมดาจะอยู่ช่วงสามพันสองถึงสามพันเก้าร้อยบาท สำหรับสาย A Series ที่คนใช้เยอะ ราคาจะเป็นมิตรกว่ามาก อยู่ราวสองพันถึงสี่พันบาท ขึ้นอยู่กับขนาดและความละเอียดของจอ การเลือกเข้าศูนย์เหมาะกับเครื่องที่ยังใหม่อยู่และอยากรักษามาตรฐานกันน้ำเหมือนเดิม เพราะศูนย์จะเปลี่ยนซีลกันน้ำและเทปกาวให้ใหม่ทั้งหมด

ถ้างบน้อยลงมาหน่อย ร้านซ่อมนอกหรือร้านตู้ตามห้างก็เป็นอีกทางที่นิยม เพราะราคาถูกกว่าศูนย์ชัดเจน บางร้านรับซ่อมเฉพาะกระจกหน้าได้ในกรณีที่จอยังแสดงผลและทัชสกรีนได้ปกติ ราคาเริ่มตั้งแต่รุ่นเก่าอย่าง iPhone 6 หรือ 6S ที่พันสองร้อยบาท iPhone 7 กับ 8 ขยับมาพันสามร้อยบาท ส่วนรุ่นมี Face ID อย่าง iPhone X, Xs, XR, 11 จะอยู่ที่สองพันห้าร้อยบาท iPhone 11 Pro สามพันบาท 11 Pro Max สามพันห้าร้อยบาท พอเป็น iPhone 12 กับ 12 Pro ก็สามพันห้าร้อยบาท 12 Pro Max สี่พันบาท iPhone 13 กับ 13 Pro สี่พันบาท iPhone 14 กับ 14 Pro ห้าพันบาท และ 14 Pro Max ห้าพันห้าร้อยบาท จุดสำคัญคือต้องเช็กให้ดีว่าร้านเปลี่ยนแค่กระจกหรือเปลี่ยนยกชุดจอ เพราะคุณภาพกับอายุการใช้งานต่างกันเยอะ

สำหรับมือถือ Android รุ่นประหยัด ราคายิ่งจับต้องง่าย ร้านใหญ่บางร้านเคยจัดโปรเปลี่ยนจอ Samsung A02, A12, A04s อยู่แค่เก้าร้อยห้าสิบบาทถึงเก้าร้อยเจ็ดสิบบาทเท่านั้น VIVO Y12s, Y20, Y16 ก็เก้าร้อยห้าสิบถึงเก้าร้อยหกสิบบาท OPPO A15, A16, A54s เก้าร้อยสามสิบบาทถึงหนึ่งพันเก้าสิบบาท Realme C11, C25 เก้าร้อยห้าสิบถึงหนึ่งพันห้าสิบบาท ราคานี้มักเป็นจอเกรดเทียบที่ใช้งานได้ แต่สีและความสว่างอาจไม่เท่าจอเดิมโรงงาน เหมาะกับเครื่องสำรองหรือเครื่องที่ใช้งานทั่วไป ไม่ได้เน้นดูหนังเล่นเกมจริงจัง

อาการเสียของจอเป็นตัวกำหนดราคาอันดับแรกเลย ถ้าแค่กระจกหน้าแตกร้าวเป็นเส้น แต่ภาพยังขึ้น ทัชยังลื่น ค่าใช้จ่ายจะถูกกว่าเปลี่ยนทั้งโมดูลจอมาก บางเคสจ่ายแค่ห้าร้อยถึงสองพันบาทก็กลับมาใช้ได้แล้ว แต่ถ้าจอเป็นเส้น ดำเป็นปื้น ทัชไม่ได้ หรือจอกระพริบ แบบนี้ต้องเปลี่ยนยกชุดอย่างเดียว ราคาจะกระโดดไปสามพันถึงหมื่นบาททันที ยิ่งจอเป็น OLED หรือ AMOLED ที่อยู่ในรุ่นเรือธง ต้นทุนแผงจอสูงกว่าจอ LCD แบบคนละเรื่อง ทำให้รุ่นเดียวกันแต่เปลี่ยนที่ศูนย์กับร้านนอก ราคาก็ยังต่างกันหลายพันบาทอยู่ดี

เรื่องเกรดอะไหล่ก็มีผลเยอะ จอแท้แกะจากเครื่อง จอแท้ศูนย์ จอ OEM จอเทียบเกรด A B C ราคาเรียงลงมาตามคุณภาพ งานประกอบกับกาวที่ใช้ก็ต่างกันด้วย จอเทียบถูกๆ บางตัวสีจอจะอมฟ้า ทัชหน่วง หรือสแกนนิ้วใต้จอไม่ติด ส่วนจอ OLED งานดีหน่อยเดี๋ยวนี้ทำสีใกล้เคียงของเดิมมากขึ้น ราคาก็จะสูงขึ้นตามคุณภาพ เลือกแบบไหนขึ้นอยู่กับการใช้งาน ถ้าใช้ยาวๆ และเป็นเครื่องหลัก ลงทุนจอเกรดดีไปเลยคุ้มกว่า ไม่ต้องรื้อเปลี่ยนบ่อย ส่วนเครื่องสำรองหรือเครื่องให้เด็กใช้ จอเกรดทั่วไปก็เพียงพอ

อีกจุดที่ทำให้ราคาไม่เท่ากันคือค่าแรงกับบริการเสริม ร้านที่รับประกันงานซ่อมสามเดือนหกเดือน ราคาจะสูงกว่าร้านที่ไม่มีประกันเล็กน้อย บางร้านรวมค่าลอกกาว ซีลกันน้ำ เทสเครื่องหลังซ่อมเข้าไปแล้ว แต่บางร้านคิดแยก ทำให้ตอนถามราคาต้องถามให้ชัดว่าราคานี้จบที่เท่าไหร่ รวมทุกอย่างหรือยัง ใช้เวลาซ่อมกี่ชั่วโมง ต้องทิ้งเครื่องข้ามวันไหม และถ้าเป็นรุ่นกันน้ำ IP68 การแกะเครื่องจะทำให้คุณสมบัตินั้นหายไปทันที ต่อให้ร้านบอกว่าซีลกาวให้ใหม่ก็ไม่เท่าจากโรงงาน ดังนั้นถ้าซีเรียสเรื่องกันน้ำจริงๆ การเข้าศูนย์ยังตอบโจทย์ที่สุด ส่วนเครื่องรุ่นเก่าหรือหมดประกันแล้ว ร้านนอกที่ไว้ใจได้ก็ช่วยประหยัดงบได้หลายพันบาทเลยทีเดียว

สรุป

  • จอแตกซ่อมแพงไหม ขึ้นอยู่กับรุ่นกับที่ซ่อมเป็นหลัก ถ้าเข้าศูนย์จะได้จอแท้มีประกัน แต่ราคาสูงหน่อย iPhone รุ่นท็อปอย่าง 16 Pro Max อยู่ที่ 14,990 บาท รุ่นธรรมดาเริ่ม 4,690 บาท ฝั่ง Samsung เรือธง S25 Ultra, S24 Ultra อยู่ที่ 5,900 บาท รุ่น A Series อยู่ช่วง 2,000-4,000 บาท ศูนย์ดีตรงประกอบมาตรฐาน ได้ซีลกันน้ำใหม่ เหมาะกับเครื่องใหม่ที่ยังอยากได้คุณภาพเดิม
  • งบจำกัดไปร้านนอกถูกกว่าเยอะ ถ้าซ่อมเฉพาะกระจกหน้า iPhone 6/7/8 เริ่ม 1,200-1,300 บาท รุ่น Face ID อย่าง X/11 อยู่ 2,500 บาท iPhone 14 Pro Max ประมาณ 5,500 บาท ส่วน Android รุ่นประหยัด Samsung A02, VIVO Y12s, OPPO A15 เปลี่ยนจอร้านโปรแค่ 930-1,090 บาท ใช้งานทั่วไปได้สบาย
  • ราคาเปลี่ยนขึ้นกับ 3 อย่างหลัก คือ อาการเสีย แค่กระจกร้าวถูกกว่าเปลี่ยนทั้งจอมาก ชนิดจอ OLED/AMOLED แพงกว่า LCD และเกรดอะไหล่ จอแท้แพงสุด จอเทียบมีหลายเกรด คุณภาพตามราคา เครื่องหลักใช้ยาวแนะนำเลือกจอเกรดดีไปเลย เครื่องสำรองใช้จอเทียบทั่วไปก็พอ ก่อนซ่อมถามร้านให้ชัดว่าราคารวมอะไรบ้าง มีประกันไหม ใช้เวลากี่ชั่วโมง ถ้าซีเรียสเรื่องกันน้ำ ศูนย์ตอบโจทย์กว่าเพราะประกอบใหม่ทั้งชุด

No comments

No comments :

Post a Comment