เผลอดึงปลั๊ก PS5 ตอนเครื่องยังติดอยู่ หรือเจอไฟกระชาก ไฟดับ แล้วเครื่องเปิดไม่ติดอีกเลย อาการแบบนี้เจอกันเยอะมาก ส่วนใหญ่ไม่ใช่เพราะเครื่องพังง่าย แต่เป็นเพราะไฟมันกระชากเข้าไปโดนจุดสำคัญข้างใน โดยเฉพาะพาวเวอร์ซัพพลายหรือที่เรียกกันว่า PSU ซึ่งทำหน้าที่เหมือนด่านแรกที่รับไฟบ้านเข้ามา ถ้าไฟมาแรงเกินหรือมาไม่นิ่ง ตัว PSU จะไหม้หรือช็อตก่อนเพื่อกันไม่ให้ไฟลามไปถึงเมนบอร์ด แต่ถ้ากระชากแรงมากๆ ก็ลามไปโดนชิปอื่นบนบอร์ดได้เหมือนกัน เช่น ชิป Panasonic IC ชิป South Bridge หรือพวกมอสเฟต คาปาซิเตอร์ ทำให้เครื่องเงียบสนิท ไม่มีไฟเข้า ไม่มีเสียงติ๊ด ไม่มีไฟกระพริบ กดปุ่มเพาเวอร์ก็ไม่ตอบสนองอะไรเลย
ก่อนจะตกใจว่าต้องยกไปที่ร้านซ่อมแน่ๆ ให้ลองทำตามสเต็ปแก้เบื้องต้นดูก่อน เพราะหลายเคสแค่ระบบไฟมันค้างเฉยๆ วิธีแรกคือถอดสายไฟหลังเครื่องออกให้หมด ทิ้งไว้สัก 1 นาทีถึง 20 นาทีเพื่อให้ไฟที่ค้างอยู่ในเครื่องมันคลายตัวออกให้หมด แล้วค่อยเสียบกลับเข้าไปใหม่กับเต้ารับที่ผนังบ้านโดยตรง ไม่ต้องผ่านปลั๊กพ่วง ลองกดเปิดดูอีกที ถ้ายังเงียบ ให้ลองเปลี่ยนสายไฟ AC ใช้สายของ PS4 หรือ PS3 ก็ได้เพราะเป็นหัวเดียวกัน แล้วลองเปลี่ยนเต้ารับอื่นที่มั่นใจว่าใช้งานได้ปกติ ถ้าเครื่องมีเสียงติ๊ดแต่ภาพไม่ขึ้น ให้ลองเช็คสาย HDMI หรือลองกดปุ่มเพาเวอร์ค้างไว้ประมาณ 7 วินาทีจนได้ยินเสียงติ๊ดครั้งที่สองเพื่อเข้า Safe Mode ถ้าเข้าได้แสดงว่าบอร์ดยังไม่ตาย อาจเป็นแค่ซอฟต์แวร์หรือส่วนแสดงผลมีปัญหา แต่ถ้าทำทั้งหมดนี้แล้วยังนิ่งสนิท ไม่มีไฟ ไม่มีเสียง ไม่มีอะไรตอบสนองเลย โอกาสสูงว่าเป็นที่ฮาร์ดแวร์ข้างในไปแล้ว

จุดที่เสียหายบ่อยที่สุดหลังไฟกระชากคือ PSU ไหม้ ซึ่งช่างซ่อมหลายคนเจอประจำ อาการคือเปิดเครื่องแล้วเงียบกริบ หรือบางทีมีกลิ่นไหม้ มีเสียงเป๊าะเบาๆ ตอนไฟกระชาก แล้วดับไปเลย ถ้าโชคดีหน่อยคือแค่คาปาซิเตอร์บนบอร์ด PSU ระเบิด เปลี่ยนตัวนั้นตัวเดียวก็กลับมาใช้ได้ แต่ถ้าโชคร้ายคือช็อตลงบอร์ดหลักด้วย อาการจะหนักขึ้น อาจต้องเปลี่ยนชิป เปลี่ยนมอสเฟต หรือซ่อมลายวงจรที่ไหม้ ซึ่งงานพวกนี้ต้องใช้ฝีมือช่างบอร์ดระดับสูง เครื่องมือครบถึงจะทำได้ ร้านซ่อมทั่วไปที่รับแค่เปลี่ยนพัดลม เปลี่ยนพอร์ต HDMI มักไม่รับงานไฟไม่เข้า เพราะมันเสี่ยงและใช้เวลานาน ต้องไล่วงจรทีละจุด
เรื่องค่าซ่อมที่หลายคนกังวล ถ้าเสียแค่ PSU ราคาจะเบาสุด ตอนนี้ค่าอะไหล่ PSU ของ PS5 สั่งเองจากต่างประเทศตกอยู่ประมาณ 1200 ถึง 1500 บาท ถ้าให้ร้านเปลี่ยนให้รวมค่าแรงจะอยู่ที่ราว 2000 ถึง 3500 บาท แล้วแต่ร้าน ถ้าอาการหนักกว่านั้นคือช็อตลงบอร์ด ต้องซ่อมภาคจ่ายไฟบนเมนบอร์ด เปลี่ยนชิป เปลี่ยนไอซี ราคาจะขยับขึ้นมาอยู่ช่วง 4000 ถึง 6500 บาท เคสที่โดนหนักสุดๆ แบบฟ้าผ่าลงใกล้ๆ หรือไฟกระชากแรงมากจนชิป South Bridge พังด้วย ค่าซ่อมอาจทะลุ 7000 ถึง 10000 บาทได้เลย เพราะต้องยกชิป วางชิปใหม่ งานละเอียดมาก เคยมีคนซ่อมจบที่ 5000 บาทถ้วนเพราะไฟไม่เข้าเลยทั้งระบบ ส่วนถ้าเครื่องยังอยู่ในประกันศูนย์แล้วไม่ได้แกะเครื่องเอง ส่งเคลมกับโซนี่ไทยได้ฟรี แต่ถ้าหมดประกันหรือแกะแล้วก็ต้องยอมจ่ายเองตามอาการ
เทียบกับราคาเครื่องใหม่ตอนนี้ PS5 Slim มือหนึ่งอยู่ประมาณ 17900 บาท มือสองสภาพดีอยู่ราว 12000 ถึง 14000 บาท ถ้าค่าซ่อมจบแค่ 2000 ถึง 3500 บาทเพราะ PSU พังอย่างเดียว การซ่อมถือว่าคุ้มมาก ยังถูกกว่าเปลี่ยนเครื่องใหม่เยอะ แต่ถ้าช่างประเมินมาแล้วว่าบอร์ดช็อตหนัก ค่าซ่อมแตะ 8000 ถึง 10000 บาท ต้องชั่งใจดีๆ เพราะเพิ่มเงินอีกนิดเดียวก็ได้เครื่องมือสองสภาพดีมีประกันร้านแล้ว และเครื่องที่เคยโดนไฟกระชากแรงๆ บางทีซ่อมจุดหนึ่ง อีกสักพักอาจไปเสียจุดอื่นต่อได้ ร้านซ่อมดีๆ เลยจะรับประกันงานซ่อมให้ 1 ถึง 3 เดือนหลังซ่อมเสร็จเพื่อความสบายใจ
สาเหตุหลักที่ทำให้เกิดเหตุการณ์นี้บ่อยในไทยคือเรื่องปลั๊กพ่วงกับไฟบ้าน ปลั๊กสามตาถูกๆ ไม่มีระบบกันไฟกระชาก พอไฟตกไฟเกินมันไม่ตัด ทำให้ไฟเข้าไปเต็มๆ หลายบ้านที่ไฟดับบ่อย ไฟตกบ่อย PS5 เลยพังกันเยอะ ช่างหลายคนเลยแนะนำว่าถ้าที่บ้านไฟไม่นิ่ง ควรลงทุนกับปลั๊กกันไฟกระชากดีๆ ยี่ห้อมาตรฐาน หรือถ้างบถึงก็ใช้ UPS เครื่องสำรองไฟไปเลย เพราะมันจะกรองไฟให้นิ่งและมีแบตสำรองตอนไฟดับ ช่วยให้ปิดเครื่องทัน ไม่ดับกลางอากาศ ดีกว่ามานั่งลุ้นว่าถอดปลั๊กผิดจังหวะแล้วเครื่องจะพังไหม อีกอย่างคือหน้าฝน ฟ้าร้อง ฟ้าผ่า ควรถอดปลั๊กเครื่องเกมกับทีวีออกไปเลย อย่าเสียบคาไว้ เพราะไฟผ่าลงสายไฟใกล้บ้านก็วิ่งมาตามสายได้
นอกจาก PSU กับบอร์ดแล้ว บางเคสที่เจอคือเปิดไม่ติดเพราะปุ่มเพาเวอร์ค้าง ฝุ่นเข้าไปอุด หรือสายแพข้างในหลุดจากการกระแทก อาการแบบนี้ค่าซ่อมจะถูกมากหลักร้อย แต่ถ้าเช็คแล้วไม่ใช่จุดนี้และมีประวัติไฟกระชาก ปลั๊กพ่วงไหม้ร่วมด้วย ให้พุ่งเป้าไปที่ PSU ก่อนเลย ร้านที่รับซ่อมจริงจังจะมีเครื่องเทส PSU แยกได้เลยว่าไฟออกครบไหม ถ้าไฟไม่ออกก็เปลี่ยน PSU จบงาน แต่ถ้าเปลี่ยนแล้วยังไม่ติด แสดงว่าลามเข้าบอร์ดแล้ว ต้องรื้อใหญ่ งานแบบนี้ใช้เวลา 3 ถึง 7 วันเพราะต้องรออะไหล่และไล่เช็คทีละจุด ร้านที่บอกรับซ่อมไฟไม่เข้า 400 บาท 600 บาทแล้วเสร็จในชั่วโมงเดียวให้ระวังไว้ก่อน เพราะงานซ่อมบอร์ดจริงๆ ทำเร็วขนาดนั้นไม่ได้
วิธีป้องกันไม่ให้เกิดซ้ำ เพราะซ่อมมาแล้วถ้ายังใช้ปลั๊กพ่วงอันเดิม ไฟบ้านยังกระชากเหมือนเดิม เดี๋ยวก็พังอีก เริ่มจากเปลี่ยนพฤติกรรมคือเวลาจะปิดเครื่องให้กดปิดจากเมนูให้เครื่องดับสนิทจนไฟขาวดับไปก่อน ค่อยถอดปลั๊กหรือปิดสวิตช์ อย่าดึงปลั๊กตอนไฟยังติดหรือตอนเครื่องอยู่ Rest Mode ต่อมาคือลงทุนกับระบบไฟ เลือกปลั๊กพ่วงที่มี มอก มีระบบ Surge Protection หรือใช้ UPS ยี่ห้อดีๆ สักตัว ราคา 2000 ถึง 3000 บาท เทียบกับค่าซ่อมเครื่องถือว่าคุ้มกว่าเยอะ และถ้าวันไหนฝนตกหนัก ฟ้าร้อง ฟ้าผ่า ให้ปิดแล้วถอดปลั๊กทุกอย่างที่แพงๆ ออกจากเต้าไปเลย กันไว้ดีกว่าแก้ เพราะค่าซ่อม PS5 จากไฟกระชากมันเริ่มตั้งแต่ 2000 บาทไปจนถึงเกือบหมื่น ขึ้นอยู่กับว่าดวงดีโดนแค่ PSU หรือดวงซวยลามไปทั้งบอร์ด
สรุป
- ถ้า PS5 เปิดไม่ติดหลังไฟกระชากหรือเผลอดึงปลั๊ก สาเหตุหลักมักอยู่ที่พาวเวอร์ซัพพลาย หรือ PSU ไหม้ เพราะทำหน้าที่กันไฟลามเข้าบอร์ด ถ้าหนักกว่านั้นไฟอาจลามไปช็อตชิปบนเมนบอร์ด ทำให้เครื่องเงียบสนิท ไม่มีไฟ ไม่มีเสียง
- ก่อนส่งซ่อม ให้ลองแก้เบื้องต้น: ถอดปลั๊กทิ้งไว้ 1-20 นาที, เปลี่ยนสายไฟ AC, ลองเต้ารับอื่น, กดปุ่มเพาเวอร์ค้าง 7 วิเข้า Safe Mode ถ้าเข้าได้แสดงว่าบอร์ดยังไม่พัง แต่ถ้านิ่งสนิททั้งหมดคือฮาร์ดแวร์เสีย
- ค่าซ่อมขึ้นกับความเสียหาย: ถ้าเสียแค่ PSU งบประมาณ 2000-3500 บาท ถ้าลามเข้าบอร์ดต้องซ่อมชิป เปลี่ยนไอซี ราคา 4000-6500 บาท เคสหนักสุดไฟผ่าแรงๆ ชิป South Bridge พัง ค่าซ่อมแตะ 7000-10000 บาท เทียบกับเครื่องมือสอง 12000-14000 บาท ถ้าซ่อมเกิน 8000 อาจไม่คุ้ม
- ป้องกันได้ด้วยการใช้ปลั๊กกันไฟกระชาก มอก. หรือ UPS ราคา 2000-3000 บาท อย่าดึงปลั๊กตอนเครื่องยังติด ปิดให้สนิทก่อน และถอดปลั๊กทุกครั้งช่วงฝนตกฟ้าร้อง เพราะซ่อมไฟกระชากครั้งเดียวแพงกว่าซื้อปลั๊กดีๆ หลายเท่า